รายละเอียดหนังสือ

เรือนไข้ใต้ราศีนาฬิกาทราย

Bookmark and Share


ราคา 250 บาท ลดเหลือ 213 บาท

ผู้แต่ง บรูโน ชูลซ์
ผู้แปล ดลสิทธิ์ บางคมบาง
ISBN 9786169072201
จำนวน 272 หน้า
สำนักพิมพ์ ชมนาด
ปีที่พิมพ์ 2553

รายละเอียด จากผู้แปล

บรูโน ชูลซ์ เป็นนักเขียนชาวโปแลนด์ผู้ซึ่งผู้แปลเคยนำรวมงานขนาดสั้นของเขามาแปลเป็นภาษาไทยไว้เมื่อปี พศ. 2544 ในชื่อ ถนนจระเข้ ซึ่งในครั้งนั้นดูจะเหมือนมีคนที่ชอบมันอย่างมากอยู่หนึ่งหรือสองคน และมีที่พอจะเรียกว่าชอบมันอยู่บ้างเหมือนกันอีกจำนวนหนึ่ง ไม่น่าจะเกินสิบคน ที่นอกจากนั้นมักจะมีความเห็นว่าเป็นงานที่ย่อยยาก อ่านไม่เข้าใจ หลายคนสารภาพว่าถึงกับหงายท้องไปเลยกับความใหม่ต่อการจะรับรู้เข้าใจของเขา และนั่นกระมังที่เป็นเหตุให้ แม้ทั้งที่พิมพ์จำนวนน้อยและเวลาก็ล่วงไปแล้วหลายปี งานพิมพ์ในคราวนั้นก็ยังเหลือค้างอยู่จำนวนมากจนวันนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้แปลได้รับรู้มาบ้างว่าในระยะหลังๆมีนักอ่านจำนวนหนึ่ง และที่ไม่ได้รับรู้มาก็น่าจะมีอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ได้ย้อนกลับไปหยิบ ถนนจระเข้ มาอ่านใหม่ แม้จะไม่ได้รับรู้ว่าเขามีความเห็นใหม่กับมันอย่างไร แต่ก็เป็นกำลังใจให้ผู้แปลหยิบรวมงานขนาดสั้น ที่เหลือรอดมาจากสงครามโลกครั้งที่สองอีกเล่มหนึ่งของเขา มาแปลในชื่อ เรือนไข้ใต้ราศีนาฬิกาทราย เล่มที่ท่านกำลังถืออยู่นี้

การที่ผู้แปลหยิบเอางานของบรูโน ชูลซ์ มาแปลแม้ทั้งที่เป็นงานที่ขายยาก ก็ด้วยความรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมากหากนักอ่านชาวไทยของเราไม่รู้จักนักเขียนผู้นี้ และที่หยิบมาแปลจนครบเท่าที่มีอยู่ก็เพื่อให้นักอ่านในส่วนที่ได้อ่าน ถนนจระเข้ มาแล้ว ได้พบสิ่งที่สืบเนื่องไปจากที่เขาได้อ่านมา รวมทั้งจะได้สัมผัสงานในแบบฉบับของเขาโดยทั้งหมดได้

งานเขียนของบรูโน ชูลซ์ ในชุดรวมเล่มในภาษาโปลิชที่ใช้ชื่อในภาษาไทยของผู้แปลว่า ถนนจระเข้ นั้นตีพิมพ์ครั้งแรกในโปแลนด์เมื่อปี 1934 และชุดที่สอง ซึ่งก็คือ เรือนไข้ใต้ราศีนาฬิกาทราย เล่มนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรกในโปแลนด์เมื่อปี 1937 ในช่วงเวลานั้น แม้จะได้รับการกล่าวขวัญถึงอยู่บ้าง และบางเรื่องก็เป็นงานที่ได้รับรางวัลมาก่อนหน้า แต่ก็เป็นไปในวงอันจำกัด และกระแสที่คุกคามเข้ามาของภาวะสงครามก็มีส่วนอยู่มากที่ทำให้ไม่ได้รับความสนใจกว้างขวางนัก จนเมื่อหลังจากบรูโน ชูลซ์ เสียชีวิตไปแล้ว (พฤศจิกายน 1942) งานเหล่านี้ -ได้รับการตีพิมพ์ขึ้นใหม่ในปี 1957 พร้อมกับมีการแปลและตีพิมพ์ขึ้นในภาษาเยอรมัน และ ภาษาฝรั่งเศส แล้วตามมาด้วยภาษาอิตาลี และ นอร์เวย์- จึงได้รับการกล่าวขานกันขึ้นอย่างกว้างขวาง จนเมื่อได้รับการแปลและตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษขึ้นในปี 1977 กระแสความชื่นชมก็ยิ่งเป็นที่กล่าวขวัญขึ้นในวงวรรณกรรมทั่วโลก และชื่อของบรูโน ชูลซ์ ได้รับการยกย่องให้เป็นนักเขียนสำคัญคนหนึ่งศตวรรษที่ 20

ความสำคัญของงานเขียนของเขาสืบเนื่องไปสู่การให้ความสำคัญอย่างมากต่องานภาพเขียนทั้งหลายที่เขาได้เขียนขึ้นไว้ระหว่างยังมีชีวิต จนขนาดกลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างประเทศขึ้น กล่าวคือ เมื่ออิสราเอลได้ขนย้ายเอาอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งบรูโน ชูลซ์ ได้เขียนภาพเขียนขึ้นบนผนังไว้ ไปตั้งในพิพิธภัณฑ์สงครามในประเทศอิสราเอล โปแลนด์ –ซึ่งเป็นประเทศที่โดรโฮบิชซ์ เมืองบ้านเกิดของบรูโน ชูลซ์ ตั้งอยู่มาก่อน- ก็ประกาศอ้างความเป็นเจ้าของ และพร้อมกันนั้น ยูเครน ซึ่งเป็นประเทศที่เมืองแห่งนี้ไปอยู่ในอาณาเขตเมื่อตั้งเป็นประเทศขึ้น ก็ประกาศอ้างความเป็นเจ้าขึ้นของเช่นกัน

สิ่งนี้พอจะให้ภาพได้ว่าโลกได้ให้ความสำคัญแก่นักเขียนผู้นี้เพียงใด

นักอ่านชาวไทยซึ่งอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อของบรูโน ชูลซ์ มาก่อน หลายคนอาจมองข้าม ถนนจระเข้ ไปด้วยไม่รู้จัก แต่ว่าไปแล้ว นักอ่านที่รู้จักคุ้นเคยกับชื่อของฟรันซ์ คาฟคา บางทีก็ด้วยที่มองข้ามไป แม้ทั้งที่เขาน่าจะเป็นกลุ่มแรกที่จะชื่นชอบงานเขียนของบรูโน ชูลซ์ เพราะดูเหมือนพอจะกล่าวได้ว่า เขาคือนักเขียนคนที่เดินต่อไปอีกจากที่ฟรันซ์ คาฟคา ได้เดินไว้ ด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป และด้วยทัศนะทางภาษาที่ดิ่งลึกลงกว่า

ปัญหาของนักอ่านชาวไทยที่อาจมีต่อการอ่านงานของบรูโน ชูลซ์ นั้น นอกเหนือจากข้อเกี่ยงงอนในเรื่องโครงสร้างทางภาษา ซึ่งทำให้มีข้อติงว่าประโยคที่แปลออกมาไม่อยู่ในโครงสร้างภาษาไทย แล้ว ความคุ้นชินกับวรรณกรรมโครงสร้างยังทำให้เขาตั้งรับไม่ทันกับการอ่านวรรณกรรมในรูปแบบอื่น ข้อนี้ นักอ่านหลายคนที่อ่าน คุณนายดัลโลว์เวย์ ของ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ ที่ผู้แปลได้แปลไว้ก็ประสบเช่นกัน

บางทีการอ่านโดยปล่อยใจไปตามสบาย ไม่มีข้อยึดว่าวรรณกรรมจะต้องมีรูปแบบหรือโครงสร้างประโยคเป็นอย่างไร และไม่จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในทุกถ้อยคำที่แสดงอยู่ไว้ในตัววรรณกรรม ยอมปล่อยให้สิ่งที่ไม่เข้าใจเป็นสิ่งที่เขาจะพบได้ในวันข้างหน้าบ้าง การอ่านก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นกว่า และ ที่สำคัญ โดยมันเป็นงานในรูปแบบที่เขายังไม่คุ้นนัก การอ่านจึงน่าจะเป็นไปโดยค่อยๆเลาะเล็มไปมากกว่าการจะอ่านอย่างอ่านเอาอ่านเอา แบบตะลุยให้จบโดยเร็ว

ผู้แปลหวังว่า เรือนไข้ใต้ราศีนาฬิกาทราย เล่มนี้ จะให้ประสบการณ์ในการอ่านที่ดีกับทุกคนที่ได้อ่าน และสำหรับผู้ที่เพิ่งอ่านงานของนักเขียนผู้เป็นความภูมิใจของชาวโปแลนด์ผู้นี้เป็นครั้งแรกด้วยเล่มนี้ ผู้แปลหวังว่าเขาคงจะติดตามหา ถนนจระเข้ มาอ่านด้วย เพื่อประกอบเรื่องราวทั้งหมดให้มีความสมบูรณ์ขึ้น แม้แต่ละเรื่องจะมีความสมบูรณ์ในตัวก็ตาม และเพื่อที่เขาจะได้รับรสจากผลงานทั้งหมดที่มีเหลืออยู่ของนักเขียนสำคัญของโลกผู้นี

ขอจงมีความสุข และค้นพบสิ่งที่ดีจากการอ่าน.

5 มีนาคม 2553
ซับตาเมา, หนองตาคง, โป่งน้ำร้อน, จันทบุรี.