บทความ

ลูกปลาทอง

Bookmark and Share

วันที่ 24 ก.พ. 2550, 14:24
ผู้เขียน pam

รายละเอียด



สมัยเรียนจบใหม่ๆ และยังไม่มีงานทำจริงๆ จังๆ ฉันซื้อปลาทองพร้อมตู้ปลาเล็ก มาตั้งที่ข้างบ้าน มีปลาทอง 5-6 ตัว (คือจำไม่ได้แล้วว่ากี่ตัวกันแน่) ฉันจำได้ว่านั่งเฝ้าตู้ปลาได้เป็นครึ่งค่อนวัน นั่งมองปลาทองว่ายไปว่ายมาในตู้แคบๆ
ใครที่เคยเลี้ยงปลาทองคงจินตนาการออก ว่าเวลาปลาทองมันว่ายน้ำนี่ ช่างน่ารักน่าชัง นั่งดูทั้งวันก็ไม่รู้เบื่อ

ฉันรู้สึกภูมิใจมมาก ที่สามารถขุนปลา ให้อวบอ้วนท้วน สมบูรณ์ จนกระทั่งตู้ที่เลี้ยงดูแคบไปถนัดตา แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะขยายตู้ เปลี่ยนตู้ เพราะรู้สึกว่า ปลาทองชอบความแออัด และเวลามันแน่นตู้ก็ดูสวยดี

แต่แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมกับปลาทองตู้นั้น เมื่อนังหรือนายเหมียวตัวไหนก็ไม่ทราบได้ (บ้านแม่เลี้ยงแมวเยอะมากกก จนสับสนว่ารุ่นไหนชื่ออะไร) ดันมากัดกันที่ตั่งที่วางตู้ปลา แล้วทะลึ่งถีบสายออกซีเจนหลุดไปตอนไหนไม่มีใครรู้ ปะเหมาะเคราะห์ร้าย วันนั้นฉันดันไม่อยู่บ้าน กลับมาจึงพบว่า ปลาทองแน่นตู้นั้นสิ้นชีวิตยกตู้ เพราะขาดอากาศหายใจ ลอยเท้งเต้งเป็นที่เวทนา ตอนนั้นฉันถึงกับร้องไห้โฮ (เอ่อ… หมาตาย แมวตาย ปลาทองตาย ฉันก็ร้องไห้ทั้งนั้นอ่ะ) จนเพื่อนบ้านตกใจ นึกว่ามีใครเป็นอะไร จริงๆ มีนั่นล่ะ ตายยกตู้

ห่างหายไปพักใหญ่ หลังจากทำใจได้ ฉันก็ไปซื้อปลาทองมีอีกชุด 5 ตัว คราวนี้เปลี่ยนทำเลตั้งตู้ปลา เป็นหน้าทางเข้าบ้าน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะถูกรบกวนจากแมวน้อยกว่า และคราวนี้ไม่ปิดฝาบนของตู้ เปิดไว้ เผื่อว่าไฟดับ ออกซิเจนไม่ปั๊ม ปลาก็ยังสามารถลอยหน้าหาอากาศที่ผิวน้ำได้พอเพียง ไม่ถึงกับเสียชีวิตทันที

เลี้ยงคราวนี้ ฉันดูแลดีมาก ล้างตู้บ่อย เพราะกลัวน้ำจะเน่า ปลาทองชอบน้ำใสสะอาด หากน้ำขุ่นเริ่มเหม็นสกปรกเมื่อไหร่ มีอันต้องเป็นจุดแผลตามตัว ฟ้องว่าน้ำสกปรก พอเปลี่ยนน้ำใหม่ก็หาย ว่ายร่าเริงเช่นเดิม
แต่ก็เกือบเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำสอง เมื่อความขยันล้างตูปลาเป็นเหตุ เนื่องจากตู้มีขนาดเล็ก ฉันล้างตู้โดยการยกตู้มาล้างที่ก๊อกน้ำ แล้วก็ยกขึ้นไปตั้งใหม่ที่ชั้น แต่การเคลื่อนย้ายบ่อยๆ ในที่สุด จู่ๆ ตู้ก็ร้าวโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ร้าวเป็นทางยาวด้านข้าง น้ำก็ซึมออกๆ อย่างรวดเร็ว พอฉันออกมาจากในบ้าน ก็พบว่าน้ำนองพื้น ยังงงว่าน้ำอะไร พอเงยหน้าเท่านั้นหัวใจเกือบวาย ปลา 5 ตัว อยู่ในน้ำตื้นติดก้นตู้ มันกำลังดิ้นรนกระด่อกกระแด่กใกล้จะสิ้นชีพ ฉันรีบย้ายพวกมันไปไว้ในกาละมัง โล่งใจแทบแย่ที่ยังไม่ได้ออกจากบ้าน ไม่งั้นมีหวังร้องไห้อีกรอบ

หลังจากมีตู้ใหม่ ปลาตู้นี้อยู่นาน วันหนึ่งสาหร่ายในตู้ก็ปรากฏมีเม็ดกลมใสเกาะเต็มสาหร่าย ไข่มันนั่นเอง ฉันแยกสาหร่ายใส่อ่างดิน ไม่นานมันก็เกิดเป็นลูกปลาเล็กๆ นับร้อย ฉันเลี้ยงมันด้วยไข่แดง (ต้ม) จากลูกปลายั้วเยี้ย เลี้ยงรอดมาเพียง 14 ตัว และพวกมันก็อยู่ในอ่างดิน ไม่ได้ขึ้นตู้แต่อย่างใด
ในที่สุดปลาในตู้ก็ตายเพราะโรคระบาดหน้าหนาว ส่วนลูกปลา ก็อยู่ในอ่างดิน เติบโตเป็นปลาหน้าตาน่าเกลียด หัวโต หางไม่มีพวง
ฉันเลิกเลี้ยงปลาในตู้ เพราะตอนนั้นต้องทำงานประจำ ไม่มีเวลา ส่วนลูกปลาก็โตไปตายไปบ้าง จนเหลือตัวสุดท้าย ที่แม่เขาจำวันตายของมันได้ เพราะเห็นหน้ามันมานาน เขาจำได้เพราะความอึดของมัน

เมื่อช่วงหลังปีใหม่นี้เอง สามีของฉันเกิดไอเดียบรรเจิด อยากเลี้ยงปลาทองในโอ่ง ก่อนหน้านี้เคยทดลองซื้อมาเลี้ยงในอ่างบัว แต่ไม่รอดสักตัว คราวนี้เขาก็เลยคิดว่า ในโอ่งน่าจะดีกว่า (เพราะสมัยเขาเด็กๆ เคยเลี้ยงในโอ่ง และปลาในโอ่งตายเพราะ เขาทะเลาะกับพี่ชาย พี่ชายเอาหินเขวี้ยงโอ่งแตก ปลาตาย) จากประสบการณ์ครั้งก่อน เราซื้อปลาตัวละแพงๆ ทั้งนั้น ตายทีสูญเสียไปหลายบาท คราวนี้เราเลยไปซื้อปลาที่เขาขายส่ง ถุงละ 150 ตัวโตเบ้อเร่อ 7 ตัว เรียกว่า เอาล่ะ ลองดู

เมื่อเอามาใส่โอ่ง คืนแรก มันลอยพะงาบๆ เพราะเราลืมใส่ออกซิเจน (สามีคิดว่ามันน่าจะมีอากาศพอ) พอรุ่งเช้าเอาออกซิเจนใสให้มัน ดูพวกมันพอใจขึ้น ว่ายกันสนุกสนาน แล้ววันถัดมาก็เกิดเหตุการณ์ตื่นเต้น เพราะเจ้าปลาตัวหนึ่ง มันดันออกไข่ไว้เต็มสาหร่าย สามดีใจรีบแยกเอามาใส่กระป๋องไว่ อีกสองวันมันกลายเป็นลูกปลานับร้อย เป็นที่ตื่นเต้นของพวกเรา รวมทั้งเพื่อนบ้านที่แวะเข้ามาดู พร้อมด้วยคำอวยพรว่า “จะเลี้ยงรอดเหรอว้า…”

นั่นล่ะ คำอวยพรของเพื่อนบ้านเป็นผลก็เพราะ ฉันผู้กังวลว่าจะเลี้ยงไม่รอด โทรไปถามพี่ที่นิยมเลี้ยงปลาทองว่า จะเลี้ยงลูกปลาอย่างไรดี พี่เขาก็แนะนำว่า ต้องเปลี่ยนน้ำแล้วนะ ถ้าน้ำสกปรก

ฉันก็ทันที รีบแช่น้ำประปาไว้ให้คลอรีนจาง แล้วก็เปลี่ยนน้ำลูกปลา ก็เห็นมันว่ายกันดีนะ

รุ่งขึ้นเท่านั้น ลูกปลาทั้งบ่อก็มีอันเป็นไป เหลืออยู่ 2-3 ตัวที่ยังขืนว่ายในอาการสิ้นสภาพ คาดว่าอีกสัก 2 ชั่วโมกก็อาจจะตามพี่ๆ น้องๆ ไป

ฉันรีบโทรไปบอกผู้ให้คำแนะนำเรื่องเปลี่ยนน้ำ แกร้องโห..ออกมาด้วยความเสียดาย แล้วบอกว่า เออ…บอกไม่หมดว่ะ ข้อแรก เขาใช้น้ำกลั่น ข้อสองเขาต้องไม่ตักมัน ต้องเบาๆๆๆ มากๆ เลย พี่ทำเสียงย้ำ

พอฉันบอกสามี เขาก็บอกว่า “ก็เราตักมันยังกะสึนามิ มันคงจะรอดอ่ะนะ”
สมคำอวยพรจนได้

ฉันขอแผ่เมตตาให้ลูกปลาทั้งบ่อ แล้วก็ภาวนาว่า ให้พวกแม่ปลาพ่อปลาในโอ่ง ที่ยังสุขสบายดีอยู่ รีบๆ ออกลูกครอกใหม่มาสักที สาธุ…..