บทความ

เปิดตัวหนังสือ และ E-book คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ

Bookmark and Share

วันที่ 14 ก.ค. 2560, 20:59
ผู้เขียน pam

รายละเอียด

“วรรณกรรมโลกใสวัยสวยเพื่อคนสูงวัย”กว่าจะเป็น คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ  โดย ชมัยภร  แสงกระจ่าง  สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์  นรีภพ สวัสดิรักษ์  ดำเนินรายการโดย จรูญพร ปรปักษ์ประลัย



จรูญพร : ทำไมถึงหยิบเรื่องของเทคโนโลยี ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ หรือสื่อออนไลน์อื่น ๆ มาเป็นประเด็นของนวนิยายเล่มนี้

ชมัยภร : เราเป็นคนที่เล่นไลน์ เล่นเฟซ ทีหลังอาจารย์สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ อาจารย์จะเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ตอนที่อาจารย์เขียนอีเมลมาหาสมัยที่อาจารย์อยู่ญี่ปุ่น มีความรู้สึกไม่สบายใจเลย อ่านแล้วมันรู้สึกไม่เหมือนจดหมาย มันไม่ใช่จดหมาย เราจะไปเก็บมันไว้ที่ไหน เราจะทำอย่างไรให้มันออกมาเป็นสัญลักษณ์ว่ามันมาจากอาจารย์มาถึงเราได้ รู้สึกหงุดหงิดมากว่า อ่านไปก็ ฉบับนี้มันสั้นไปนะ เราคิดแบบนั้น แต่ว่าหลังจากที่เทคโนโลยีทั้งหลายมันก้าวเข้ามาจนติดตัวเรา เราไม่มีทางเลือก เราก็บอกลูกว่า เราจะเริ่มแล้วนะ ทุกคนก็มาช่วยกัน ใช้คอมพิวเตอร์ครั้งแรก ลูกต้องคอยฟังเสียงแม่ตลอดเวลา เพราะว่าจะมีเสียงเรียกโวยวายว่า “ช่วยด้วย ๆ ไปไหนหมดแล้ว” มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทำไป 9 หน้า แล้วก็ปิดพร้อม ๆ กับบันทึก (save) แล้วมันก็หายวับไปเลย เพราะมันปิดไปด้วย มันก็เลยไม่บันทึก ก็ตะโกนเรียกลูก “ช่วยด้วย ๆ เร็ว ๆ มันหายไปหมดเลย” ลูกชายก็ทำเสียงเย็นๆว่า “แบ็ค ๆ” จะทำได้ยังไง ก็บอกไปว่า แม่ไม่รู้ แม่ทำพร้อมกันหมดเลย ลูกก็บอกว่า “ไม่ยาก ๆ เขียนใหม่เลย เพิ่งทำไม่ใช่เหรอแม่ ก็ทำใหม่เลย เร็วกว่าไปหาอีก” เราก็เรียนรู้ว่า การใช้คอมพิวเตอร์ต้องพึ่งตนเอง เราอย่าไปพึ่งคนอื่นมาก วิธีที่ดีที่สุดก็คือไปหาคนที่ไม่ใช่ลูก คือเวลาเราใช้เครื่องแล้วมีปัญหา เราจะโทรไปหาน้องที่เป็นนักเขียน น้องเขาก็จะเกรงใจเรามาก เขาก็จะบอกว่า อาจารย์กดตรงนี้นะ  ตรงนั้นนะ ก็สำเร็จอยู่หลายครั้ง จนเราต้องบอกเขาว่า ขอโทษนะที่รบกวนบ่อยๆ จริง ๆ ลูกก็รู้ แต่ลูกสอนแม่ไม่ได้ น้องนักเขียนตอบว่า ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจดี เพราะว่าผมก็สอนแม่ผมไม่ได้ ของแบบนี้มันเข้ามาตลอดเวลา แล้วจะไม่ให้เขียนได้อย่างไร ชมัยภรได้ชื่อว่าอะไรที่อยู่รอบตัวก็เขียน อะไรที่อยู่ใกล้ตัวก็เขียน หมู หมา กา ไก่ ที่บ้าน ก็ไปเป็นตัวละครไปตาม ๆ กัน เพราะฉะนั้นแค่เรื่องออนไลน์ที่เราทำได้บ้างไม่ได้บ้างทำไมเราจะไม่เป็น เกมก็เข้าไปอยู่ตั้งแต่เรื่องในเวิ้งฟ้าอันไพศาล ก็เอาของพวกนี้มารวมกันไว้ แล้วมีความรู้สึกว่ามันกำลังเป็นปัญหา แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจะเขียน วันที่คิดจะเขียนคือวันที่ขึ้นพูดบนเวทีกับน้องคนหนึ่ง คือเขามีลูกเล็ก ลูกเขาอยู่ชั้น ป.1 ป.2 เขาบอกว่า “พี่หนูมีความรู้สึกว่า แม่ของหนูตอนนี้เขารักหลานน้อยลง เขาสนใจหลานน้อยลง เพราะเขามีไอแผ็ด” พอเขาพูดเราก็จับประเด็นได้เลยว่า มันคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ  และเมื่อมันเกิดขึ้น เราถามตัวเราเองว่า คุณย่าคุณยายที่เล่นเกมเขาจะกลับมาไหม เราจะปลุกอย่างไรให้ประเด็นนี้มันเกิดขึ้นมาได้ พอมีเรื่องที่เราเอามาเข้าประเด็นได้เราก็เปิดเรื่องได้ วิธีการผูกเรื่อง ให้มีเด็ก ให้มีลูกชายอะไรแบบนี้ก็เป็นวิธีที่ทำอยู่เป็นประจำ เรื่องคุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ  ตอนที่ลงสกุลไทยมันยับเยินซึ่งคุณนรีภพอาจไม่เห็น เพราะมันถูกเกลาไปแล้วด้วยฝีมือลูก มันจะมีอะไรที่ตก ๆ หล่น ๆ เขาก็จะเกลาให้ เพราะฉะนั้นที่เห็นรวมเล่มก็จะเรียบร้อยขึ้นมาก ส่วนที่เป็นองค์ประกอบรายละเอียด ก็จะเป็นหน้าที่ของบรรณาธิการ อ.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์  ขอเรียกว่าเป็นบรรณาธิการส่วนตัว คุณนรีภพ สวัสดิรักษ์ จะเป็นบรรณาธิการจริง ๆ หมายถึงว่าเป็นบรรณาธิการที่อ่านตอนลงสกุลไทย แต่ว่า อ.สุวรรณานี่อ่านตลอดชีวิต คือมีเรื่องอะไร อ. ก็จะอ่านทะลุหมด เพราะว่าได้อ่านต้นฉบับก่อนด้วยในบางเรื่อง แต่คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ อ. ได้อ่านจากสกุลไทย

จรูญพร : คุณนรีภพในฐานะที่เป็นบรรณาธิการ หลังจากที่ได้อ่านคุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

นรีภพ : ในส่วนของวรรณกรรมคนสูงวัยของคุณชมัยภร ที่เริ่มตั้งแต่ อาม่าบนคอนโด มาจน สุภาพบุรุษสุดลำบากส์ส์ส์ จนมาถึงคุณย่าติดไลน์  คุณยายติดเฟซ ก่อนอื่นจะขอพูดถึงคุณย่าติดไลน์  คุณยายติดเฟซ ที่เริ่มลงเมื่อปี 2557 ช่วงนั้นกระแสของโลกโซเชี่ยลกำลังเริ่มแรงมาก ก็คุยกับคุณชมัยภรว่า เดี๋ยวนี้กระแสของโลกโซเชี่ยลกับคอมพิวเตอร์เริ่มมีคนใช้กันมาก ตั้งแต่เด็กไปจนถึงคน 70 80 เราน่าจะมีนวนิยายเกี่ยวกับทำนองนี้ ก็เกริ่น ๆ ไว้กับคุณชมัยภร แล้วหลังจากนั้นไม่นาน คุณชมัยภรก็โทรมาบอกว่า คิดได้แล้วว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิดชื่อเรื่องได้แล้ว เรื่องคุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ  ก็เล่าให้กองบรรณาธิการฟัง ทุกคนก็กรี๊ดกันใหญ่ ชื่อเรื่องคือโดนใจมาก หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้รับต้นฉบับ ซึ่งคุณชมัยภรส่วนใหญ่จะส่งมาทีละ 4 ตอน อ่านตอนแรกทีละ 4-5 ตอน เราอาจจะไม่เห็นอะไรมาก พอมาอ่านตอนรวมเล่มอีกครั้ง  คุณย่าติดไลน์คุณยายติดเฟซ ให้หลายอารมณ์กับเรามาก ให้ภาพหลายภาพ อย่างแรกก็คือกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของคนแต่ละวัย  โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าเราจะดูแลคนสูงวัยที่อยู่ร่วมกับเราอย่างไร ตัวเอกของเรื่องนี้คือคุณย่าเทวีที่มีหลานสาวชื่อน้ำอุ่น เด็กวัย 9 ขวบ อยู่ ป.3 แล้วก็มีตัวเชื่อมอีกคนหนึ่งก็คือพี่สมศักดิ์เป็นผู้ที่มาดูแลคุณย่า เป็นผู้ที่ทำให้มีสีสันของเรื่อง ขณะเดียวกันพี่สมศักดิ์ก็เป็นตัวที่มาประสานเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างคุณย่ากับคุณพ่อของน้ำอุ่น เรื่องราวที่ผูกไว้คือคุณย่ามาอยู่ที่บ้านของน้ำอุ่น เพราะว่าคุณปู่เสีย คุณพ่อของน้ำอุ่นก็กลัวคุณย่าจะเหงาเลยซื้อไอแผ็ดให้ คุณย่าก็เริ่มที่จะเล่นไอแผ็ดโดยมีหลานน้ำอุ่นมาช่วย ตรงนี้เป็นจุด ๆ หนึ่งที่เรามองเห็นว่า คุณพ่อเขาฉลาด เพราะแทนที่เขาจะมาสอนเอง แต่เขาให้เด็ก 9 ขวบเข้ามาแทนเพื่อให้คนสองวัยได้เชื่อความสัมพันธ์กันแล้วก็เกิดกระบวนการเรียนรู้กันและกัน


จรูญพร : อ.สุวรรณาในฐานะที่เป็นบรรณาธิการส่วนตัวตามที่คุณชมัยภรบอก จากที่คุณชมัยภรเขียนเรื่องคนสูงวัยมา อ. เห็นอะไรบ้างในงานเขียนของคุณชมัยภรเกี่ยวกับเรื่องนี้

อ.สุวรรณา : คุณชมัยภรเขียนนิยาย จะมีนวนิยายเยาวชนอยู่หลายเรื่อง ซึ่งนวนิยายเยาวชนจะเป็นบุคลิกของคุณชมัยภรมาตลอด เพราะว่าคุณชมัยภรจะเป็นนักเขียนที่เขียนระดับเดียวกับสายตาผู้อ่าน คือไม่ได้มองขึ้นไปสูงส่ง อุดมการณ์ล้ำเลิศเหมือนหนังสือระดับโลก และขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองลงมาที่ผู้คนทุกข์ยากชนิดที่ชีวิตรันทดมาก แต่ว่ามองในสายตาระดับคนทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นเรื่องของคุณชมัยภรจึงเป็นเรื่องของครอบครัว เรื่องของผู้คนมันก็จะมองเห็นผู้คนทั้งหลายรอบ ๆ ตัว พอมาเป็นนวนิยายเยาวชนมันก็เข้ามาอยู่กับตัวละครแล้ว คือสองรุ่นจริง ๆ ตัวละครรุ่นกลางมักจะเป็นตัวเชื่อมบท เสริมบทตรงกลาง เมื่อก่อนคุณชมัยภรเขียนตัวละครเด็กได้ค่อนข้างเป็นเด็ก มาตอนหลังตัวละครเด็กของคุณชมัยภรจะฝืนวัยขึ้น คือจะบอกว่าตัวละครเด็กมีสถานภาพเป็นผู้เล่าเรื่องมีความสำคัญมาก เพราะว่าคุณชมัยภรจะติดใจกับตัวละครที่เป็นเด็กกับคนแก่มานาน เรื่องของตัวละครเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ลองย้อนกลับไปดูตัวละครที่มีชีวิตชีวาที่สุดของคุณชมัยภรคือเด็ก ซึ่งเมื่อก่อนเขียนได้เป็นเด็กจริง ๆ แต่เดี๋ยวนี้ตัวละครเด็กจะมีความเป็นผู้ใหญ่ชนิดที่เขาเรียกว่า แก่แดด ซึ่งนั่นจริง ๆ คือตัวคุณชมัยภร คือตัวละครที่เล่านั่นคือตัวผู้เขียน จริง ๆ แล้วเรื่องในระยะหลังที่เป็นตัวละครเด็กของคุณชมัยภรก็คือตัวคุณชมัยภร อย่างเช่นตัวแงซาย จากสุภาพบุรุษสุดลำบากส์ส์ส์ จะพบว่าตัวแงซายไม่ค่อยลงไปในอารมณ์จริง ๆเหมือนน้ำอุ่น เพราะว่าน้ำอุ่นมีความเป็นธรรมชาติของเด็กผู้หญิงในอดีตส่วนหนึ่งของคุณชมัยภร รวมไปถึงบาทของคุณย่า ของแม่ ที่รวมอยู่ในตัวของน้ำอุ่นเยอะ ตัวละครเด็กของคุณชมัยภรเป็นตัวละครของผู้เล่า เพราะฉะนั้นความเป็นนวนิยายเยาวชนจะค่อนข้างชัดเจน แต่ไม่ได้แปลว่าเวลาที่เขียนนวนิยายเยาวชน จะต้องเอาตัวละครเด็กมาเล่า มันออกมาเองที่ผู้เขียนมีความสนใจตัวละครเด็กมานาน ตัวละครโชคจากอาม่าบนคอนโดนี่น่าสนใจมาก เป็นตัวละครเด็กผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมาก มันทำให้คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ ไม่ไปทาบหรือไม่ไปลอกเลียนแบบของเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคนแก่ เรื่องของครอบครัว โชคน่าสนใจตรงที่เป็นวัยรุ่นจริง ๆ มีความประพฤติที่มีความขัดแย้งสูงมาก ซึ่งความขัดแย้งแบบอาม่าบนคอนโดมันทำให้สะท้อนสังคมไปอีกแบบหนึ่ง แต่คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ จะเป็นความขัดแย้งแบนิ่ม ๆ ระหว่างเด็กผู้หญิงกับคุณย่า แม้ว่าจะมีตัวละครอีกคู่หนึ่งคือคุณตากับเรียว ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เด่นชัด เพราะว่าคุณตาไปทำอุบัติเหตุให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเรียว ก็เลยต้องรับเรียวมาเลี้ยงก็เป็นความสัมพันธ์ในฐานะอุปถัมภ์ คุณชมัยภรไม่เคยอุปถัมภ์ใครแบบนั้น เพราะฉะนั้นถ้ามองว่านักเขียนเขียนจากเรื่องรอบตัวหรือเปล่าก็อาจจะมีส่วน แต่ก็ไม่ใช่นักเขียนเขาจะมีตาอีกดวงหนึ่งซึ่งเขาจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่ถึงแม้ไม่ได้เกิดกับเขาหรือเขาไม่ได้ทำ เขาก็สามารถจะรับเอาสิ่งเหล่านั้นจากรอบข้างมาได้ แต่เผอิญในเรื่องนี้คุณตากับเรียวไม่ใช่ตัวเอกเพียงแต่เป็นตัวเชื่อมบาทอีกอย่างก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เด่นชัด งานเขียนของคุณชมัยภรจนมาถึงคุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ เป็นเรื่องที่มีพัฒนาการ ไม่ใช่แค่นวนิยายเยาวชนชุด หรือนวนิยายเยาวชนที่ผู้เขียนเขียนแบบนิทานอีสปที่รู้ชัดเจนว่าจะลงกรอบเรื่องอย่างไร มันมีปมขัดแย้งข้างในของตัวเอง มีลีลา มีตัวละครที่ต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งที่เป็นตัวแกนของเรื่อง พล็อตเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัว เรื่องของคนต่างวัย หรือเป็นเรื่องของตัวละคร งานเขียนของคุณชมัยภรมีพัฒนาการ เรื่องของไอทีที่เข้ามามันเป็นกลไกที่ทำให้เดินเรื่อง แต่จริง ๆ แล้วปมขัดแย้งมันก็คือเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว ซึ่งในเรื่องนี้อาจจะดูอ่อนโยนหน่อย แต่ก็ไม่ขาดสีสัน

จรูญพร : นอกจากประเด็นที่ทั้งสามท่านกล่าวมายังมีอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นภาวะสังคม คือประเด็นสังคมผู้สูงอายุ เมื่อมีผู้สูงอายุในจำนวนมาก เรื่องราวหรือการเขียนที่มีผู้สูงอายุจำเป็นไหมที่ต้องมีเยอะขึ้น เพื่อที่จะทำให้เกิดความเข้าอกเข้าใจในคนที่เป็นผู้สูงอายุ และการอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุในภาวะที่สังคมเปลี่ยนไป

ชมัยภร : มันจะมีเยอะหรือไม่มีเยอะก็ได้ มันเป็นไปตามธรรมชาติ ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหน จะเห็นคนแก่ที่จูงมือกันไปกินข้าว หรือว่าเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นคู่สามีภรรยากัน เรารู้เลยว่าสังคมเต็มไปด้วยคนสูงอายุ  มันไม่ใช่ว่าเราจะเขียนแล้วให้ไปตรงกับคนสูงอายุ แต่คนสูงอายุเหล่านี้เขาไม่ใช่แค่เดินไปกินข้าว แต่เขาต้องทำอะไรในชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายที่เป็นผู้สูงวัยถึงเวลาแล้วที่ต้องถ่ายทอดประสบการณ์ ถ่ายทอดเพื่อคลี่คลายตัวเอง และในขณะเดียวกันก็คลี่คลายคนอื่นด้วย เราจะบอกหลาย ๆ คนเวลาที่ไปอบรมงานเขียนว่า เราอยากให้เขาเล่าประสบการณ์ ยิ่งสูงอายุมาก ๆ ประสบการณ์ชีวิตมันต้องเข้มข้น แต่หลายคนก็จะมองว่าเราไม่เห็นมีประสบการณ์อะไรเลย เวลาไปอบรมก็จะกระตุ้น จะถาม ถามไปถามปรากฏว่าแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย และมีแบบชนิดที่เรียกว่า เราเป็นผู้ที่ได้ยินอย่างเดียวเราเขียนไม่ได้ เขาต้องเขียนเอง ถ้าเขาเขียนเองมันก็จะทำให้เขารู้สึกดี แต่มีวิธีเล่าหน่อย ทำอย่างไรให้เขาเล่าแล้วมันน่าสนใจ และมันเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองเป็นอันดับแรก และเป็นประโยชน์ต้อสังคมเป็นอันดับสอง แค่ได้สื่อสารออกไปมันก็มีความหมายแล้ว กรณีที่มีคนสูงอายุมากขึ้นมองว่างานเขียนก็น่าจะไปช่วยคนสูงอายุเหล่านั้นในด้านใดด้านหนึ่งเท่าที่จะช่วยได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องมานั่งอ่านหนังสือ เพราะคนแก่ทั้งหลายตาจะเริ่มมีปัญหา จะให้มาอ่านหนังสือนานๆ หรืออ่านหนังสือตอนกลางคืนก็มองไม่เห็นแล้ว แต่เขายังมีปะสบการณ์ที่ยังอยู่ และประสบการณ์เหล่านั้นเหมาะที่จะถ่ายทอด เหมาะที่จะเล่า การเล่าของผู้มีประสบการณ์ไม่ไ

ด้แปลว่าตัวเขาต้องเป็นคนเล่าเองตลอด เขาอาจจะเป็นเพียงแค่กระตุ้นข้าง ๆ ลูกหลาน หรือคนหนุ่มสาวเป็นคนเขียนก็ยังได้ เพราะฉะนั้นมันมีหลายกลวิธีที่เราจะนำเสนอสิ่งเหล่านี้ออกมาในสังคมคนสูงวัย


จรูญพร : คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ ในความตั้งใจแรก ตั้งใจจะเขียนให้ใครอ่าน

ชมัยภร : ตั้งใจเขียนให้คนในสังคมออนไลน์ จริง ๆ คือทุกคน จะบอกว่าให้คนแก่อ่านก็ไม่แน่ใจว่าคนแก่อ่านแล้วจะมีความสุข แต่ที่รู้แน่คือถ้าเราอ่านผ่านคนแก่คือคุณย่าจะไม่สนุก อาม่าบนคอนโดตอนที่เลือกเล่าผ่านโชค ก็เลือกนานเพราะว่าถ้าเราเลือกไปเล่าผ่านคนแก่ มันก็คงแห้งแล้งสำหรับคนอ่าน เราก็ถามตัวเองว่าถ้าเราจะเขียนเรื่องอาม่าเฉย ๆ มันก็คือการเล่าเรื่องคนแก่ที่ไม่สบาย แต่ถ้าเล่าเรื่องแค่คนแก่ไม่สบายมันก็เป็นสารคดี ถ้าเล่าผ่านโชคที่เป็นวัยรุ่น เรารู้สึกเลยว่ามันมีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันก็ต้องดูเรื่องก่อนหน้านั้นว่าเราเล่าผ่านใคร ถ้ามันใกล้กันมากตัวละครมันจะไปสวมกันโดยอัตโนมัติ เพราะก่อนหน้านั้นคือคุณยายหวานซ่าส์ที่ตัวละครเป็นวัยรุ่นผู้หญิง พอมาเป็นอาม่าบนคอนโดก็เลยเป็นโชค จริง ๆ อยากเล่าเรื่องคนแก่นั่นแหละ แต่เล่าผ่านตัวละครเด็ก เพื่อให้มันมีชีวิตชีวา มีสีสัน มันเป็นความหวัง เล่าผ่านคนแก่มันไม่เป็นความหวัง  ถ้าเราจะเขียนให้มันเป็นวรรณกรรมที่มีกำลังใจมันต้องมีเด็ก คุณปู่คุณย่าทั้งหลายของเราเลยต้องมีกำลังใจเป็นเด็ก

จรูญพร : หลังจากลงในนิตยสารสกุลไทยกระแสตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่างไรบ้าง

นรีภพ : ตอนที่ลงไปได้สักระยะ นักเขียนจะตอบจดหมายผู้อ่าน โดยจะมีเสียงมาจากอีเมลมาบ้าง โทรศัพท์มาบ้าง จดหมายมาบ้างว่า คุณชมัยภรเขียนเรื่องทันสมัยมาก และเรื่องนี้ให้อะไรหลาย ๆ อย่างกับเขา แต่เสียงส่วนใหญ่บอกว่าสนุกมาก เขียนเรื่องได้เข้ากับยุคสมัยมาก คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ เราจะเห็นภาพ ภาพทั้งกระบวนการที่เราจะอยู่ร่วมกับคนสูงวัยอย่างไร เห็นภาพของการเลี้ยงดูบุตรหลาน เห็นภาพของการอยู่ในโลกโซเชี่ยลว่าเราควรจะอยู่อย่างไร อยู่ในโลกของความเป็นจริงอย่างไร อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ตอย่างไร ใช้อย่างไร อยู่อย่างมั่นคงอย่างไร ก็มีเสียงสะท้อนมาว่าเราได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง เรื่องของโซเชี่ยลก็เป็นกลไกที่สนุก เป็นกลไกที่สอนว่าเราจะอยู่อย่างไร ใช้อย่างไร

 

 

 

จรูญพร : อย่างที่ อ. สุวรรณาบอกว่าทุกตัวละครมีความเป็นคุณชมัยภรอยู่ในนั้น คือเป็นเรื่องปกติของการเล่าเรื่องใช่ไหม

อ.สุวรรณา : ตัวละครจะมีตัวคนเขียนไปแขวนไว้อยู่เสมอแล้วแต่ในช่วงของเหตุการณ์หรือบุคลิกนั้น ๆ แต่เมื่อสักครู่ที่บอกไปนั้นคือผู้เล่า เพราะผู้เล่าคือเสียงสำคัญที่เป็นเสียงพื้นฐาน ถ้าใครได้อ่านงานของคุณชมัยภร ให้ลองหาตัวละครที่เขาไม่ตั้งใจจะเขียน  เขาจะใส่ทุกอย่างแต่มัน เหมือนทำยำใหญ่ มีทุกอย่างอยู่ในนั้นแล้วมันอร่อย ก็ประหลาดดี มันอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นตัวตามประเพณีพิธีกรรม ตัวพี่สมศักดิ์เป็นตัวละครที่คนสมัยนี้เขาเรียกว่า ขโมยซีน คือเข้ามาอยู่ในทุกวาระ ทุกโอกาส แล้วก็จะเป็นตัวที่คอยพลิกเรื่อง เป็นตัวที่ตบเรื่อง เข้ามาตลอด ซึ่งเป็นความสามารถของคนเขียน ว่าจะสอดใส่เข้าไปตรงไหน สิ่งที่ทำให้นวนิยายมีชีวิตชีวาก็คือตัวละคร บรรดาปมขัดแย้งอะไรพวกนั้นมันคาบลอยกันมาทั้งนั้น  เพราะฉะนั้นนวนิยายแต่ละเรื่องที่มันต่างกันก็คือตัวละครและพฤติกรรม

                ในฐานะที่เป็นคนรักการอ่านนวนิยายและเรื่องสั้นมาก อยากบอกว่าอย่าอ่านแล้วพยายามแยกมันออกมาว่า ตรงนั้นเป็นอย่างนี้ ตรงนี้เป็นอย่างนั้น มันรวมกันอยู่ทั้งหมดเหมือนชีวิตเราปกติ มันแทรกซึมไปอยู่เรื่อย ๆ ก็เหมือนชีวิตในนิยาย

                การเปิดตัวหนังสือ                  คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ ก็มีความรู้สึกยินดีมาก เพราะว่ามันแสดงถึงคุณภาพของผู้เขียน ว่าเขายังรักษาคุณภาพในการที่จะมองชีวิต แล้วก็เสนอชีวิตออกอย่างที่เขาบอกว่ามันเป็นประสบการณ์ สิ่งที่เขาสะท้อนออกมาเหมือนตามประกาศเกียรติคุณศิลปินแห่งชาติที่บอกว่า การมองโลกในแง่ดี การมองโลกในแง่มีความหวัง เป็นสิ่งสำคัญของงานคุณชมัยภร ซึ่งก็อยากให้สิ่งนี้มันปรากฏ มันไม่ใช่ว่ามองโลกในแง่ดีเลิศ แต่ว่าให้มองโลกว่ามันคือธรรมชาติ นี่มันคือสิ่งที่ชีวิตเราต้องเรียนรู้ คือการมีทัศนคติต่อชีวิต มีแง่ที่ดีต่อผู้อื่น มันก็เป็นสิ่งที่ผู้เขียนหรือเรื่องที่เราอ่านควรจะนำเสนอออกมาได้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่พูดในแง่ที่มันเป็นความจริง ความจริง ความงาม และความดีมันอยู่ด้วยกันตลอดเวลา มันไม่ได้แยกจากกัน สิ่งไหนที่เป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องที่งาม มันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากไว้ในโลกของหนังสือก็คือ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนหนังสือที่มีแต่ความสุขของชีวิต หรือว่าเขียนหนังสือที่มีเสียงหัวเราะความรื่นรมย์ตลอด สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต นวนิยายเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราเห็นว่าชีวิตมันมาแล้วก็ผ่านไป ก็ขอบคุณคุณชมัยภร ขอบคุณคุณนรีภพไว้ในที่นี้ด้วย ที่ขอบคุณก็เพราะว่าเรามีหนังสือดี ๆ ให้อ่าน ขอบคุณโลกของหนังสือ แล้วก็ขอบคุณคนอ่าน