บทความ

เยี่ยมร้านหนังสือ ร้านศึกษิตสยาม

Bookmark and Share

วันที่ 21 ก.ค. 2560, 13:02
ผู้เขียน pam

รายละเอียด

3 ชั่วโมงกับ ศึกษิตสยาม


*คุณได้รับข้อความใหม่*

บก. :  ไปเจอกันที่เคล็ดไทยตอนเที่ยงนะ

นางสาวร็อคกบฏ : ได้เลยจ้า

 

สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในหัวหลังจากตกปากรับคำ บก. เรียบร้อยแล้วคือ “ไปยังไงวะ.....”

ถ้าถามว่าฉันเคยไปเคล็ดไทยไหม? เคยสิ ฉันเคยไปเคล็ดไทย ฉันเคยไปที่นั่นมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งนั้นฉันไปด้วยแท็กซี่ ฉันทราบข้อมูลที่ตั้งของเคล็ดไทยเพียงแค่ ‘อยู่ถนนเฟื่องนคร ตรงข้ามหลังวัดราชบพิธฯ’ ครั้งนั้นฉันจึงตัดสินใจ ...“ไปแท็กซี่เถอะแม่ร็อคกบฏ”.... ซึ่งการตัดสินใจเดินทางด้วยวิธีนี้ก็สอนฉันว่า การนั่งแท็กซี่จากอ่อนนุชไปฝั่งพระนคร คือเรื่องที่ไม่ควรที่สุด ฉันจ่ายเงินค่าโดยสารไปเกือบ 300 บาทและเผชิญรถติดใช้เวลาเดินทางไปเกือบ 2 ชั่วโมง....

ครั้งนี้ฉันจึงศึกษาข้อมูลการเดินทางใหม่และเลือกวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด คือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า (เพื่อประหยัดเวลา) ไปลงที่สถานีสนามกีฬา แล้วโบกแท็กซี่ บอกพี่คนขับว่า “ไปหลังวัดราชบพิธฯค่ะ” และเพียงราว ๆ 10 นาที ฉันก็จ่ายเงินค่าแท็กซี่ไปเพียง 70 บาท หากรวมกับค่ารถไฟฟ้าแล้ว ฉันจ่ายเงินสำหรับการเดินทางมาที่เคล็ดไทยเพียง 112 บาท เท่านั้น รวดเร็วและประหยัดกว่าครั้งก่อนเกือบ 2 เท่า.....โถ แม่ร็อคกบฏ

                เป้าหมายของการมาเคล็ดไทยครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อติดต่อหารือเรื่องการฝากขายหนังสือกับเคล็ดไทยแต่อย่างใด  แต่ฉันมาที่แห่งนี้เพื่อประชุมกองบรรณาธิการ (นัยว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ) ที่ร้านหนังสือเล็กๆ  ในเครือของเคล็ดไทยแห่งนี้ “ร้านศึกษิตสยาม”

                “โอ ฉันอยู่ตรอกไดแอกอนหรือนี่?” (ตรอกของโลกพ่อมดแม่มดแห่งหนึ่งในวรรณกรรมเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ ) คงเพราะฉันเป็นแฟนตัวยงของแฮรี่ พอตเตอร์ ทันทีที่เห็นประตูของร้านศึกษิตสยาม ที่เป็นประตูกระจกกรอบไม้บานเดียวสไตล์ร้านอังกฤษยุคเก่า และชั้นหนังสือตู้กระจกขนาดใหญ่หน้าร้านที่ด้านในวางโชว์หนังสือแนะนำของร้าน มันทำให้ฉันนึกถึงร้านขายไม้กวาด และอาจด้วยร้านหนังสือนี้ตั้งอยู่บนถนนเฟื่องนคร ถนนสายเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ตึกรามในละแวกนั้นก็ล้วนเป็นตึกเก่าที่ตั้งอยู่มาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่าผสมผสานกับการจราจรที่วุ่นวาย ถนนเล็ก ๆ สาย นี้ ทำให้ฉันก็นึกถึงตรอกมหัศจรรย์นั้นขึ้นมาทันที


เป้าหมายหลักของการมาร้านศึกษิตสยามครั้งนี้คือ มาเพื่อประชุมความคืบหน้างานของสำนักพิมพ์ ดังนั้น เมื่อเราก้าวเข้าร้าน สิ่งที่ฉันและ บก. ทำเป็นสิ่งแรกหลังจากเปิดประตูเข้ามาคือ “สั่งข้าวกินกันเถอะ”

ใช่ ฉันและ บก. กำลังสั่งข้าวในร้านหนังสือ

ทำไมล่ะ!? ก็ในเมื่อที่ร้านศึกษิตสยามไม่ได้มีแต่หนังสือนี่ ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ แต่ร้านนี้เป็นร้านหนังสือที่มีอาหารขายด้วย ดังนั้น ก่อนที่เราจะเริ่มใช้สมอง เรื่องปากท้องก็สำคัญนะ ถ้าปล่อยให้ท้องร้อง สมองก็ไม่แล่นสิ....จริงไหม? เราเริ่มมองหารายการอาหารของร้านทันที

อืม....แม้เมนูมีให้เลือกไม่มากเท่าไรนัก ไม่ถึง 10  รายการส่วนใหญ่คือส้มตำประเภทต่าง ๆ แต่ก็เข้าใจได้ พราะแต่เดิมร้านศึกษิตสยามเป็นร้านขายหนังสืออย่างเดียว เพิ่งมีการขายอาหารด้วยเมื่อไม่นานมานี้ ที่เจ๋งมากคือ แม่ครัวของที่นี่ก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นแม่ครัวที่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทเคล็ดไทยเชียวนะ...

ฉันไล่อ่านเมนูก็พบกับเมนูหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นว่า ทั้งชีวิตฉันเคยกินมันแค่ครั้งเดียว นั่นคือ “เต้าคั่ว” อาหารภาคใต้ ฉันนึกถึงหน้าตาอาหารคล้ายยำมีเส้นหมี่กับเต้าหู้เป็นส่วนประกอบหลัก มีกุ้งและผักบุ้งลวกเป็นกำลังเสริม เติมไข่ต้มอีกซีก คลุกเคล้าด้วยน้ำปรุงรสเปรี้ยวหวานกำลังดี  

ส่วนราคาอาหาร บ้าไปแล้ว! ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนเก่านะ ค่าที่แพงนะ ค่าไฟแพงนะ แอร์ในร้านก็เปิดเย็นฉ่ำขนาดนี้ ทำไมราคามันถึงถูกขนาดนี้ (ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 30 บาท) เอาสิ ถ้าราคาอาหารจะถูกขนาดนี้ วัดกันที่รสชาติไปเลย ฉันและ บก. สั่งอาหารไป 3-4 อย่าง ระหว่างที่รออาหาร ฉันจึงพอมีเวลาให้ได้เดินสำรวจรอบๆ ร้าน


สิ่งที่ฉันเริ่มสำรวจเป็นอย่างแรกคือ หนังสือของ อ.ชมัยภร นักเขียนประจำสำนักพิมพ์ที่ฉันทำงานอยู่ตรงไหนกันนะ?

เหมือนละครไทยชะมัด

เพียงแค่นึกถึงและกำลังจะลุกออกจากโต๊ะอาหารกลางร้านเพื่อตามหาหนังสือของ อ.ชมัยภร ในจังหวะที่จะเอี้ยวตัวลุกขึ้นยืน เพียงแค่หันทางขวามือ ฉันก็เจอเข้ากับหนังสือของ อ. แล้ว  หนังสือหลายเล่มของ อ.ชมัยภร  ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเป็นสัดส่วนชัดเจนบนชั้นข้างๆโต๊ะอาหารนั้นเอง มีหลายเล่มทีเดียว เล่มที่เป็นกระแสหรือเป็นที่นิยมอย่าง อาม่าบนคอนโด ขวัญสงฆ์ ในเวิ้งฟ้าอันไพศาล ก็มี หรือจะเป็นเล่มที่เพิ่งออกใหม่อย่าง คุณย่าติดไลน์ คุณยายติดเฟซ ก็มา เรียกได้ว่าครบทุกเล่มที่นักอ่านหลายคน บอกว่า “ดีมาก”  


นอกจากหนังสือของสำนักพิมพ์คมบางแล้ว ใกล้ ๆ กัน ฉันก็เจอเข้ากับงานวรรณกรรมผจญภัย แฟนตาซี ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย นั่นก็คือ วรรณกรรมชุด ล่องไพร นั่นเอง  หลายคนคงบอกว่าล่องไพร แล้วไง? มันก็ไม่แล้วไงหรอกเพียงแต่ที่ร้านนี้ “มีครบทุกเล่ม” เท่านั้นเอง......

สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสะดุดตามากที่สุดในร้านนี้คือ โต๊ะอ่านหนังสือกลางร้าน ที่อยู่ใกล้กับโต๊ะอาหาร ที่ว่าสะดุดตาเพราะ จะเรียกว่าโต๊ะก็ไม่เชิง เพราะมีชั้นวางหนังสือด้วย ฉันเองก็เรียกมันไม่ถูกเหมือนกัน ให้ลองนึกภาพห้องสมุดใหญ่ ๆ แล้วมีจุดนั่งอ่านหนังสือที่มีหนังสือวางอยู่บนหัวนั่นล่ะ ใช่เลย หนังสือที่อยู่บนโต๊ะชั้นหนังสือนี้ (ฉันเรียกมันแบบนั้น เพราะฉันเห็นมันเป็นแบบนั้น) มีหลายเล่มที่ทำให้ฉันเห็นแล้ว “โอ เจ๋ง” งานแปลของนักเขียนระดับโลกอย่างงานของ ลีโอ ตอลสตอย ก็อยู่บนนั้นด้วย


ละจากจุดอ่านหนังสือกลางร้าน ฉันก็เดินต่อเข้าไปที่ด้านในของร้าน เป็นมุม ๆ หนึ่ง เจอกับชั้นวางหนังสือล้อมรอบ บรรยากาศตรงบริเวณนั้นเลยจะดูเงียบ ๆ ดูเป็นส่วนตัวขึ้นมาทันที ในบริเวณนี้จะเป็นโซนที่จัดวางหนังสือเด็ก หนังสือนิทาน และหนังสือต่าง ๆ ที่เหมาะกับเด็กและเยาวชน มองขึ้นไปบนชั้นวางหนังสือจะเจอป้ายไม้ใหญ่ ๆ ที่ดูขลังและเก่าแก่ เขียนตัวหนังสือสีทองใหญ่โตชัดเจนว่า “ศึกษิตสยาม” อารมณ์ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกเหมือนกำลังมองดูคุณปู่ป้ายไม้ที่กำลังนั่งอบรมเด็ก ๆ ที่เป็นหนังสือนิทานอย่างไรอย่างนั้นเลย ฮ่า ๆ


ฉันใช้เวลาสำรวจหนังสือและบรรยากาศร้านศึกษิตสยามอยู่พักใหญ่ ก็ได้ยินเสียงเรียก “อาหารมาแล้วค่า”

อ่า...ถึงเวลาแล้วสินะที่เราจะได้ลิ้มรสฝีมือการทำอาหารของผู้จัดการฝ่ายขายของเคล็ดไทย

เราใช้เวลาในการทานอาหารไม่นานนัก แล้วก็ได้ข้อสรุปสำหรับอาหารในร้านหนังสือแห่งนี้ว่า “อร่อย” ไม่ผิดหวังเลยสักนิดกับรสชาติอาหาร  อีกทั้งยังราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นสำหรับการทานข้าวในร้านหนังสือครั้งนี้ ฉันให้ผ่านได้ไม่ยาก

อ้อ นอกจากอาหารแล้ว ร้านศึกษิตสยามมีไอศกรีมแท่งหลากรสให้ลองกันด้วยนะ เช่น รสชาไทย รสทุเรียน รสลอดช่อง และอีกหลายรสที่กินแล้วจะต้องนึกถึงรถเข็นขายไอศกรีมสมัยโบราณแน่นอน แต่....ฉันไม่ได้ลองชิมหรอกนะ....แหะ ๆ

หลังจากให้อาหารกระเพาะกันไปแล้ว เราจึงเริ่มประชุมทีมกองบรรณาธิการกัน การประชุมค่อนข้างเคร่งเครียดพอสมควร (สำหรับฉัน) ฉันต่อสู้กับความเครียด และความง่วง (ที่เริ่มก่อตัวหลังจากกินอิ่ม)  ได้สักพัก เราหยุดการประชุมแล้วพากันวิ่งออกไปหน้าร้าน ไม่ได้วิ่งออกไปกายบริหารยืดเส้นยืดสายคลายง่วงอะไรหรอก แต่เราวิ่งไป เพราะขบวนแห่เทียนพรรษาสวยงามคณะใหญ่ของน้อง ๆ โรงเรียนวัดราชบพิธฯ เคลื่อนผ่านมาพอดี ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับเสียงกลองและขบวนแห่นะ แต่ไม่เท่ากับการที่มีน้องนักเรียนคนหนึ่งเดินถือบาตรพระมากับขบวนแห่นั้น ฉันยื่นแบงค์จำนวนหนึ่งใส่ลงในบาตรนั้นเพื่อร่วมทำบุญกับน้อง ๆ ในใจก็พลางอธิษฐานว่า “ขอให้ บก. ของหนูลืมเรื่องที่จะบ่นหนูทีเถอะค่า เพี้ยง”.......

เราใช้เวลาอยู่ในร้านศึกษิตสยามราว ๆ เกือบ 3 ชั่วโมง ฉันว่ากำลังดีนะ ถ้าให้ฉันให้คะแนนร้านหนังสือที่ขายอาหารด้วยแห่งนี้ ฉันให้คะแนน 8.5 เต็ม 10 นะ เพราะด้วยบรรยากาศในแบบที่ให้กลิ่นไอความเก่าแก่ ความวินเทจ ที่ได้รับจากบรรยากาศรอบข้างที่เป็นถนนเส้นเก่า ตึกเก่า มันทำให้ฉันผู้ชอบในความโบราณชื่นชมร้านนี้ได้ไม่ยาก ส่วนคะแนนที่หักไปคงเป็นเพราะการเดินทางจากบ้านของฉันมาที่นี่ค่อนข้างไกล และหากคนไม่แม่นเส้นทางอาจจะหาตำแหน่งร้านยากไปสักนิด และที่สำคัญวันนี้ฉันโดน บก. ดุฝากกลับบ้านไปหลายกระบุงโกย ฮ่า

มาเถอะ ลองมานั่งหาอาหารสมอง หาอาหารกระเพาะกันที่ศึกษิตสยามแห่งนี้เถอะ เชื่อสิ ยังมีอีกหลายอย่างเลยที่หลายคนเห็นแล้วจะต้องร้อง “ว้าววว”  มาเถอะนะ มาเยือนย่านเก่านี้สักครั้ง มาเยือนร้านหนังสือศึกษิตสยามสักหน แล้วจะได้อะไรกลับไปให้รู้สึกอิ่มใจไปได้อีกหลายวันแน่นอน

By นางสาว ร็อคกบฏ 

ร้านศึกษิตสยาม
ที่อยู่ : 11​3 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ไทย
 เบอร์โทรศัพท์ :