คำอธิบาย
คุณคิดว่า เรื่องสั้นของประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด ผู้เขียนนิยายซีไรต์ เรื่องกี่บาด จะเป็นอย่างไร
ถ้าไม่นับว่าเขาคนนี้เขียนวนิยายเล่มแรก และได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (Southeast Asian Writers Award : S.E.A. Write) หรือรางวัลซีไรต์ปี ๒๕๖๗ ก็ต้องบอกว่า ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด เป็นนักเขียนที่เริ่มจากการเขียนเรื่องสั้นมาอย่างจริงจัง และถือได้ว่าเป็นศิษย์หลายสำนักที่ผ่านการฝึกเคี่ยวกรำมามากจากครูนักเขียนหลายๆ ท่าน และมีผลงานเรื่องสั้นอย่างต่อเนื่อง
นาคาร้องไห้ เป็นเรื่องสั้นที่มีจุดกำเนิดจากความทรงจำวันเด็ก จากเทปเพลงของแม่ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงแห่งชีวิตของชาวอีสาน ด้วยวัยเด็กจึงมองเห็นความสว่างสดใสในเพลง ทั้งที่จริงเพลงเหล่านั้นซ่อนไว้ด้วยความทุกข์ตรมของการใช้ชีวิต
แต่บทเพลงเหล่านั้นเหมือนเพลงประกอบของช่วงเปลี่ยนผ่านของวัยเยาว์ เป็นสาหัสของชีวิตที่ไว้ด้วยทรงจำไปด้วยน้ำตา เหล่านี้คือเรื่องราวที่กลั่นออกมาใหม่เป็นเรื่องสั้นมากมาย ในมิติของความจริงและเหนือจริง เรื่องสั้นเหล่านี้จึงเหมือน “อัลบั้มเพลงที่เขียนบอกเล่าเป็นเรื่องสั้น” ในแต่ละเรื่องล้วนมีเสียงเพลงคลอเคียงไปพร้อมกับตัวหนังสือ มีเรื่องเล่าที่ลึกลงไปในวิถีต่างๆ ของความเป็นอีสาน มีภาษาที่เป็นภาษาอีสานที่ไม่ได้ยากเกินความเข้าใจ และเมื่อนำมารวมกันเป็นเล่ม ในขั้นตอนการจัดทำจึงตีความออกมาเป็นเสมือนอัลบั้มเพลง ทั้งการออกแบบลำดับเรื่องและออกแบบรูปเล่ม เรื่องสั้นเป็นสองส่วนคือ หน้า A : หม่องฝังสายแฮ่ ในชื่อนักเขียน ประเสริฐศรี ทองมีลา และหน้า B : หม่องแผ่สายบือ ในชื่อนักเขียน ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด ซึ่งผู้อ่านจะได้มองเห็นการเล่าเรื่องในแบบที่แตกต่างกัน อาจจะกล่าวว่าเป็นเรื่องราวเพื่อชีวิตด้วยดวงตาเหนือจริง หลายเรื่องคือจินตนาการล้ำเกินความคาดเดา แต่ยังคง สะท้อนความทุกข์ยากของมนุษย์ตัวเล็กๆ และอีกส่วนนั้นคือความสมจริงอย่างที่สุด ถึงความไม่เท่าเทียมที่ต้องทำให้มนุษย์แอบซ่อนปกปิดตัวตนไว้อย่างน่าเศร้า สมจริงจนสะเทือนไปถึงตัวตนข้างในของความเป็นมนุษย์ ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้ภาพปกและการออกแบบปกที่สะท้อนภาพรวมของเล่มได้อย่างน่าทึ่งด้วยฝีมือของศิลปิน จารุวรรณ นพรัมภา
และถ้าจะเปรียบเป็นเพลง เพลงเรื่องสั้นเหล่านี้คงเต็มไปด้วยซาวนด์ น้อยส์ๆ อิเล็กทรอนิกส์ ผสมแคนหมอลำ ซุงอีสาน เซิ้งม่วนแต่ก็แอบน้ำตาซึมไปพร้อมกัน
สำนักพิมพ์คมบางหวังว่า นาคาร้องไห้ จะเป็นเสมือนสะพานเชื่อมทั้งโลกจริงและโลกเหนือจริง ให้ผู้อ่านได้สะท้อนสะเทือนในชะตาแห่งความไม่เท่าเทียมของมนุษย์ในหลายแง่มุม และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความสนใจจากนักอ่าน




